d-dog-history

ตำนานเปิบพิสดาร

 

 

 

ในอดีต ชาวเผ่าxxxที่อยู่ห่างไกลมีวัฒนธรรมการกินที่สืบทอดมาหลายร้อยปี...

ในสนามรบยุคแรก หากนักรบสามารถจับนักรบเผ่าอริหรือผู้บุกรุกได้ก็จะนำศพหรือทั้งยังเป็นๆมาทำการชำแหละแบ่งปันกันกินในเผ่า เพื่อบวงสรวงเทพแห่งต้นไม้ ดังความเชื่อโบราณที่ว่ามนุษย์คนแรกกำเนิดมาจากต้นไม้ ยิ่งรดน้ำ ยิ่งโตไว

ในช่วงต้นศตวรรศที่18 ศาสนาxxxได้เผยแพร่เข้าไปในทวีปxxxอย่างรวดเร็ว ทำให้การรับประทานเนื้อมนุษย์เป็นๆด้วยกันนั้นถูกเผ่าอื่นคว่ำบาตร จึงเหลือเพียงการรัปทานญาติสนิทมิตรสหายของตนเองที่เสียชีวิตไปเท่านั้น หากผู้ใดเสียชีวิตลง ลูกหลานเพื่อนฝูงก็จะนำร่างไร้วิญญาณมาย่างเกลือ แบ่งชิมกันในเผ่า ยิ่งหากเป็นหัวหน้าเผ่าหรือผู้อาวุโสด้วยแล้ว จะมีการเฉลิมฉลองกัน4-5คืนเลยทีเดียว

จนเมื่อปลายศตวรรศที่19นี้ ระบอบคอมมิวนิสซึ่มได้รับความนิยมและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลให้การรับประทานเนื้อมนุษย์นั้นเป็นสิ่งต้องห้าม แม้ญาติพี่น้องตนเองก็ไม่สามารถรับประทานได้ ชาวเผ่าxxxที่หลงเหลือในปัจุบันจึงหันมาถือเคล็ดในพิธีการรับประทาน โดยญาติสนิทมิตรสหายเพื่อนคู่ใจ จากที่เป็นคนจริงๆก็เหลือเพียงแค่สุนัข  ดังคำสุภาษิตที่ถูกเผ่าอื่นๆเรียกมาแต่ครั้งโบราณไว้ว่า "...ไอ้ชาติหมา..."

xxxxxx xxxxx ผู้รอบรู้ได้กล่าวที่ว่า...
" ญาติสนิทมิตรสหายเพื่อนคู่ใจ(สุนัข)เปรียบเสมือนผลไม้จากต้นไม้ หากรดน้ำเรื่อยๆ มันก็จะงอกของมันออกมาเรื่อยๆ และหากงกเก็บไว้กินเองพระผู้เป็นเจ้าจะโกรธ "
ดังนั้นผู้มาเยื่อนจะนำอุปกรณ์รดน้ำมาให้เจ้าของบ้าน พร้อมกับนำสุนัขกลับขึ้นเกวียนและจากไป เหมือนกับจะบอกว่า " หากรดน้ำบ่อยๆ สุนัขก็จะงอกออกมาบ่อยๆ และข้าฯ(กู)ก็จะมาบ่อยๆ"

เราจึงมักเห็นการแลกเปลี่ยนถังน้ำและสุนัขกันอย่างเบิกบานในสารคดียุคปัจุบันบางเรื่อง...